ที่มาของอาหาร
| | สูตรขนมครกสูตรนี้ เป็นของอาจารย์ทองเยาว์ โทณานนท์ จากวิทยาลัยในวังคะ อาจารย์ทองเยาว์แนะนำว่า ข้าวสารที่จะใช้สำหรับทำขนมครกนั้น ควรใช้ข้าวสารเก่า เพราะถ้าใช้ข้าวใหม่ จะเหนียวติดฟัน และเวลาแคะออกจากเตาก็ไม่ค่อยจะล่อนด้วย ส่วนเรื่องที่เช็ดหลุมขนมครกคุณถามมา เขาจะใช้เศษผ้าฝ้ายหรือผ้าขาวบางมาห่อรวมกันหลาย ๆชั้น ทำเหมือนเวลาเราทำลูกประคบนั่นแหละคะ แล้วเอาไปแช่น้ำมันเอาไว้ พอให้น้ำมันซึมทั่วเนื้อผ้า ก็เป็นอันใช้ได้ หรืออาจจะใช้ผ้านำห่อกากมะพร้าวแล้วนำไปชุบน้ำมันนิดหน่อยก็ได้คะ
สมัยก่อนโน้นเขาจะใช้เตาขนมครกที่ทำจากดินเผา แต่ถ้าซื้อปุ๊บนำมาใช้ปั๊บ ขนมจะติดเตา ไม่ล่อน วิธีแก้ไขของคนโบราณ คือ ก่อนที่จะนำกระทะนี้มาใช้ เขาจะเอากากมะพร้าวสุมให้เต็มหลุมแล้วนำไปตั้งไฟให้น้ำมันจากกากมะพร้าวเคลือบทั่วกระทะขนมครก (ทิ้งไว้ให้กากมะพร้าวไหม้คาหลุมเลย) วิธีนี้จะทำให้ขนมไม่ติดเตาคะ
|
เครื่องปรุง |
| ส่วนผสมตัวแป้ง
ข้าวสารเก่า 1 ลิตร ( = 4 ถ้วย 4 ช้อนโต๊ะ กับอีก 1 ช้อนชา)
ข้าวสุก 1 + 1/ 2 ถ้วย
มะพร้าวขูดขาว 500 กรัม
เกลือป่น 1 ช้อนชา
ส่วนผสมกะทิสำหรับหยอดหน้า
หัวกะทิ 4 + 1/ 2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 + 1/ 2 ถ้วย
เกลือป่น 1 - 2 ช้อนชา |
|
| | วิธีทำ
เริ่มจากทำตัวแป้งก่อน โดยเอาข้าวสารซาวให้สะอาด ผสมกับข้าวสุก มะพร้าว เกลือ ใส่ภาชนะปากกว้าง เช่น ชามอ่าง ใช้น้ำ 3 เท่า ต้มให้เดือด แล้วเอามาชงในชามอ่างที่ใส่ส่วนผสมไว้ ใช้ไม้พายหรือทัพพีคนให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้เย็น แล้วเอาไปโม่ (การเอาน้ำร้อนชงก่อน จะช่วยรักษาแป้งไว้ได้นาน คือ ทำเช้าไปจนถึงบ่ายแป้งก็ไม่เปรี้ยว ไม่อย่างนั้นจะบูด และถ้าเราใช้ภาชนะปากแคบทรงสูง ข้าวก็จะสุกมากเกินไป เพราะความร้อนจะกระจายได้น้อย)
หลังจากนั้นก็หันมาทำกะทิสำหรับหยอดหน้า โดยเอาหัวกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือ มาผสมเข้าด้วยกัน คนให้น้ำตาลและเกลือละลาย ยกขึ้นตั้งไฟ พอเดือด จึงยกลง (อย่าเคี่ยว กะทิจะแตกมันมาก) |
|
| | เคล็ดลับความอร่อย...วิธีหยอด
ตั้งเตาเอาน้ำมันพืชเช็ดให้ทั่ว เริ่มหยอดหลุมกลางก่อนเพียงหลุมเดียว หยอดตัวแป้ง หยอดหน้ากะทิ ปิดฝา แล้วมาหยอดแถวที่ 2 ปิดฝา แล้วมาหยอดรอบนอก เสร็จแล้วปิดฝา เราก็เปิดหลุมแรก แล้วเปิดแถวที่ 2 แคะออก แล้วมาเปิดรอบนอก จะสุกพอดีกันเลย
เวลาหยอดเสร็จแล้ว ต้องปิดฝาทันที ไฟต้องแรง แต่ถ้าใช้เตาดิน ก็แรงมากไม่ได้ เดี๋ยวเตาจะแตก ถ้าใช้กระทะเหล็กก็จะสะดวก แต่หอมสู้กระทะดินไม่ได้ ก็ต้องใจเย็น เวลาหยอดหน้าก็ต้องระวัง ถ้าช้าไปก็จะไหม้ และกะทิจะแตกมัน
ขนมครกแบบโบราณ จะนิยมทานกับหน้าต่าง ๆ ที่นิยมทำคือ หน้าไข่เค็ม หน้าหัวผักกาดเค็ม และหน้ากุ้งคะ
วิธีทำหน้าไข่เค็ม เริ่มจาก นำไข่เค็มต้มสุกมาแกะเปลือกออก เวลาแกะเปลือกไข่เค็ม อย่ากะเทาะไข่ทั่วทั้งฟองเหมือนกับไข่ต้มธรรมดา ๆ นะคะ ต้องกะเทาะเพียงที่เดียว แล้วค่อย ๆ แกะไปเรื่อย ๆ จนทั่วทั้งฟอง อันนี้ต้องใจเย็นกันหน่อยคะ พอได้ไข่เค็มที่ปอกเปลือกเสร็จแล้ว ก็นำไปขูดให้เป็นเส้นฝอย ๆ ระวังอย่าให้ไข่ที่ขูดแล้วกองทับกันมากเกินไป มันจะติดเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไข่เค็มที่ขูดเสร็จนี้ไปโรยหน้าขนมครกเมื่อจะแคะขึ้น วางพริกชี้ฟ้าหั่นฝอย และ ผักชีเด็ดใบ
วิธีทำหน้าหัวผักกาดเค็ม ใช้หัวผักกาดเค็มนำมาสับให้ละเอียด ผสมรากผักชี กระเทียม พริกไทยป่น แล้วนำไปผัดกับน้ำมันนิดหน่อย
วิธีทำหน้ากุ้ง ใช้กุ้งสด มะพร้าวทึนทึกในปริมาณที่เท่ากัน สับให้ละเอียด แล้วรวนด้วยน้ำมัน โรยพริกไทย เกลือป่น ให้ออกรสเค็มนิด ๆ ใช้โรยหน้าขนมครก แต่งด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย พริกเหลืองซอย ใบผักชีเด็ดเป็นใบ ๆ
|
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น